Archive for the Category » Fast-5 Lifestyle «

November 05th, 2009 | Author: BlackKnight

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านท่่ีแวะกันเข้ามา ลองสังเกตุอะไรง่ายๆดูสักนิดนะครับ ว่ามันน่าแปลกไหมครับ คนที่ลดน้ำหนักได้สำเร็จ หรือน้ำหนักกำลังลดลงต่อเนื่องเน่ีย ในเมนูของพวกทุกคนจะมีผักหรือผักสด รหรือผลไม้รสไม่หวานจัดเป็นจำนวนปานกลางถึงมากอยู่ในเมนูของพวกเขาสม่ำเสมอ แต่สำหรับคนที่น้ำหนักเกินหรือคนที่พยายามลดแต่ไม่สำเร็จ คือคนที่ไม่มีอาหารประเภทผักสด ผักใบเขียว หรือผลไม้ อยู่ในเมนูเลย

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ง่ายมากครับเพราะผักที่พวกคุณทั้งหลายไม่ค่อยได้ทานเพราะมันไม่อร่อย มันขมนะ มีวิตามินและเกลือแต่ที่ร่างกายต้องการสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งคลอโรฟิลในสีเขียวของผักยังช่วยดีท์อกซ์สารผิดต่างท่ีอยู่ในร่างกาย ให้หมดไป ทีนี้พอพวกคุณๆทั้งหลายทานผัก/ผลไม้ไม่เพียงพอ วิตามิน เกลือแร่ nutritions ที่ร่างกายต้องการก็ได้ไม่ครบถ้วน ร่างกายคุณก็ยังหิวกระหาย nutritions เหล่านั้นอยู่ แต่ร่างกายไม่สามารถบอกคุณตรงๆได้ว่าเอาผักมา เอาส้มมา เอาแอปเปิ้ลมา ร่างกายคุณแค่บอกได้ว่าฉันหิวเอาอาหารมา ฉนั้น พอคุณทานไม่ได้ตามที่ร่างกายต้อง คือคุณหิว nutritions จากผักและผลไม้ แต่คุณทาน ซาลาเปา น่องไก่ เลย์แผ่นหยักรสบาบีคิวเข้าไป มันอิ่มครับ แต่ร่างกายคุณก็ยังไม่ได้ในส่ิงที่คุณต้องการ อาหารที่ทานไปเมื่อกี้ ก็จะถูกนำไปเก็บในรูปไขมันเช่นเดิม เพราะว่า มันมีเหลือใช้ เกินพอ ไม่มีที่ทิ้งก็เก็บไว้ก่อนเท่านั้นเอง นี่เป็น process ง่ายๆไม่ซับซ้อนที่ร่างกายจะกระทำทันที และกระทำแบบนี้ตลอดไปด้วย ฉนั้นไอ้ของที่พวกคุณทานเมื่อกี้ก็คือ Empty Calories ครับหรือพูดง่ายๆคือ อาหารไร้ประโยชน์ที่ทำให้เราอ้วนเปล่าๆ ในที่นี้  Empty Calories คืออาหารที่เหลือใช้ ไม่ว่าอาหารนั้นจะดีแค่ไหน อาจจะเป็นเนื้อวัว US  กิโลละ 97,000  หรือ แค่เนื้อหมูย่างไม้ละ 10 บาท มันก็คือ Empty Calories

ฉนั้นแล้วการทานอาหารให้ครบห้าหมู่ มีผัก มีผลไม้ในปริมาณ ในสัดส่วนที่ดี จึงจะทำให้ร่างกายคุณอิ่ม Nutritions ไม่หิวกระหายสารอาหาร ทานให้ดี ทานให้มีสติ คุณจะได้รูปร่างที่ดี คุณจะได้อิ่ม ร่างกายจะได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานที่รับเข้ามาแบบเต็มที่ถึงขีดสุดโดยไม่ต้องเหลืออะไรมาเกิินไปจนต้องไปเก็บไว้เป็นไขมันอีกต่อไป

Category: Fast-5 Lifestyle  | Comments off
September 09th, 2009 | Author: BlackKnight

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการทำ Fast-5 คือผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5  กรุณาอย่าหลอกตัวเอง อย่าฝืนและบังคับให้ตัวเองทานน้อยครับ เพราะเมื่อคุณทานน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ร่างกายคุณจะเริ่มปรับตัวเองเข้าสู่สภาวะ Straving Mode หรือสภาวะประหยัดพลังงานนั่นเอง สภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายคุณได้รับสารอาหารไม่มากเพียงพอต่อความ ต้องการประจำวันของร่างกาย ดังนั้นเป็นที่รู้กันว่าร่างกายมนุษย์สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสิ่ง แวดล้อมได้เร็ว ฉนั้นร่างกายคุณจะเริ่มทำการปรับให้ใช้พลังงานให้สมดุลย์กับสภาวะที่เป็นอยู่อย่างช้าๆ สภาวะประหยัดพลังงานนี้มีผลร้ายมากมายครับ
1) ทำให้ร่างกายผ่ายผอมดูเหมือนคนเป็นโรค และจริงๆคุณอาจจะเป็นโรคจริงๆครับ จากสภาวะประหยัดพลังงานนี้
2) ภูมิต้านทานโรคคุณจะน้อยลงมาก เพราะร่างกายไม่ได้รับอาหาร, วิตามิน, เกลือแร่ และโปรตีนมากพอที่จะนำไปเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
3) น้ำหนักคุณจะลดลงช้า หรือไม่ลดเลย เพราะร่างกายจะปรับสมดุลย์ให้พลังงานดังกล่าวมาข้างต้น
4) ร่างกายคุณจะเปรียบเสมือนคนไม่มีแรง ก็แน่ละครับ ก็คุณไม่มีแรงจริงๆนี่นา เพราะคุณไม่ได้รับอาหารเพียงพอ จะเอาแรงมาจากไหน
5) กล้ามเนื้อของคุณจะค่อยๆถูกย่อยสลาย มาเป็น glucose เพื่อนำไปเลี้ยงตับอ่อนและสมองของคุณ เพราะร่างกายคุณไม่ได้รับอาหารมากพอ ที่จะนำไปเปลี่ยนเป็น  glucose  ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญเหล่านั้น
6) เมื่อคุณกลับมาทานเยอะอีก เพราะแน่นอน คุณล้มเหลวจากการลดน้ำหนักครั้งนี้ เพราะคุณทำตัวคุณเอง และเมื่อนั้นคุณกลับมารับประทานเต็มที่อีกครั้ง ร่างกายคุณจะรีบนำอาหารที่คุณได้รับไปสะสมเป็นไขมันไว้ก่อนเลย แทนที่จะทำไปซ่อมแซมส่วนที่เสียหายเพียงอย่างเดียว เพราะร่างกายคุณคิดว่าต้องเก็บอาหารเหล่านั้นไว้เป็นพลังงานยามจำเป็น  ดังนั้นคุณจะเกิดภาวะที่เรียกกันทั่วไปว่า yoyo effect  ทำให้คุณกลับมาอ้วนเร็วและมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

อีกข้อที่ควรระวังสำหรับผู้ใช้วิถีชีวิตแบบ Fast-5 คือการดื่มน้ำครับ น้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เมื่อคุณใช้ชีวิตแบบ Fast-5 จำทำให้น้ำในร่างกายคุณโดนขับออกมามากกว่าปรกติ นั่นเป็นเพราะ ในไขมัันนั้นมีน้ำผสมอยู่มากนั่นเอง จริงๆ แล้ว น้ำ 3 ส่วนต่อ ไขมัน 1 ส่วนเลยทีเดียว เมื่อระบบเผาพลาญ (Metabolism) ของคุณเริ่มขบวนการเผาพลาญไขมันส่วนเกินออกไป แน่นอนน้ำต้องโดนขจัดออกไปพร้อมขมันเช่นกัน ดังนั้นผู้ทำ Fast-5 จึงควรดื่มนำ้ให้ได้มากๆ ประมาณ 8 – 10 แก้วเป็นอย่างน้อยต่อวัน เพื่อป้องกันสภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะนำไปสู่ผิวแห้ง ปากแห้ง ปากแตก ตาแห้ง หรืออาจถึงขั้นเวียนหัว เป็นลมได้ครับ

ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดถ้าคุณใช้ชีวิตกับ Fast-5 แบบมีสติ แบบรู้จริง การใช้ชีวิตแบบ Fast-5 คือการฝึกให้ร่างกายทานอาหารให้พอเพียงและเพียงพอต่อชีวิตประจำวันครับ นั่นคือคุณทานได้มากจนกระทั่งคุณอิ่มพอเหมาะพอดี ไม่ใช่อิ่มจนหายใจไม่สะดวก โดยที่คุณจะไม่รู้สึกผิด แต่ตรงกันข้ามคุณจะรู้สึกดี เมื่อได้ทานอาหารได้เต็มที่ นี่คือสาเหตุที่ผู้ประสบความสำเร็จกับ Fast-5 ชอบและเลือกที่จะดำรงชีวิตแบบ Fast-5 ตลอดไปครับ

Category: Fast-5 Lifestyle  | Comments off
September 08th, 2009 | Author: BlackKnight

ทำความรู้จักกับ Fast-5

คำว่า Fast มาจากคำว่า Fasting วึ่งมีความหมายว่าการงดอาหาร 5 มาจากช่วงเวลา 5 ชั่วโมงของการรับประทานอาหาร ดังนั้น Fast-5 คือการงดอาหาร และสามารถรับประทานเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า การรับประทานอาหารเพียง 5 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่การทรมานตนเอง และไม่มีส่วนไหนของ Fast-5 เป็นการทรมานตนเองเลย แต่เป็นตรงกันข้าม Fast-5 คือการทานอาหารแบบพอเพียง และให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่มากและไม่น้อยเกินไป

Fast-5 คือวิถีชีวิต คือ Lifestyle ที่ผู้กระทำเลือกเองที่จะกระทำ และก่อนที่จะกระทำ ผู้ทำได้ศึกษาเกี่ยวกับ Fast-5 อย่างเข้าใจดีแล้ว เพราะการใช้วิถีชีวิตแบบ Fasting นั้นต้องการความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการทำ และวิธีการทำสูงมาก สูงมากพอที่จำเป็นจะต้องอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจได้ไม่มากก็น้อย ก่อนที่ท่านจะเข้าสู่วิถีชีวิตของ Fast-5 ขอให้ท่านเปิดใจให้กว้างพอที่จะรองรับสิ่งใหม่ๆ และขอให้ท่านรบความเชื่อเก่าๆเกี่ยวกับการทำ Diet ของท่านทิ้งไปเสียก่อน

หลักการของ Fast-5 คือการงดอาหารในช่วงงดอาหาร (Fasting) เป็นเวลา 19 ชั่วโมง ในช่วง Fasting นี้ผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5 จะไม่รับประทานอาหารที่มีแคลอร่ีใดๆเลย นั่นคือ 0 Cal นั่นเอง แต่อะไรที่เป็น 0 cal ทานได้เช่น น้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอร่ี เช่น ชาเขียวที่ไม่มีน้ำตาล ข้อควรระวังคือ ผู้เข้าสู่วิถีชีวิตแบบ Fast-5 นั้นต้องทราบว่าที่กำลังทานเข้าไปนั้นคือ 0 Cal จริงๆ เพราะ 0 Fat ไม่ได้หมายความว่า 0 Cal และในช่วง Fasting นี้เองที่ร่างกายจะเริ่มนำอาหารจากคลังกักเก็บอาหาร (Fat) ออกมาใช้เป็นพลังงานทดแทน แต่การจะเริ่มขบวนการนี้ได้ ร่างกายจะต้องได้รับการฝึกฝนก่อน ซึ่งช่วงฝึกฝนนี้ขอเรียกว่าช่วง Adjustment
เมื่อร่างกายผ่านช่วง Adjustment มาแล้ว ร่างกายจะเริ่มที่จะเรียนรู้ที่จะนำ Fat มาใช้เป็นพลังงานเสริม นั่นเองจะเป็นช่วงที่ร่างกายเราจะค่อยๆเผาพลาญไขมันเลวออกจากร่างกายทีละเล็กทีละน้อย แน่นอนขบวนการนี้ ต้องใช้ระยะเวลานาน นั่นย่อมหมายถึงการที่คุณต้องใช้ชีวิตแบบ Fast-5 ไปอีกนาน 6 เดือน, 1 ปี หรืออาจจะตลอดชีวิต (ผู้ใช้ชีวิตที่ประสบความสำเร็จหลายท่านยินดีที่จะใช้วิถีชีวิตแบบ Fast-5 ไปตลอดชีวิต) คุณพร้อมหรือไม่ที่จะใช้เวลานานๆ เพื่อลดน้ำหนักและมีสุขภาพที่ดีขึ้น ถ้าคุณพร้อม Fast-5 เหมาะสำหรับคุณแน่ๆ ถ้าไม่คุณอาจจะต้องมองวิธีอ่ืนๆ

ในช่วงรับประทานอาหาร หรือช่วงหน้าต่างการรับประทานอาหาร 5 ชั่วโมงในแต่ละวัน (Eating Window) นั้นผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5 สามารถจะทานอะไรก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนแคลอรี่ของอาหารที่ทานเข้าไป หรือไม่ต้องคำนึงว่าอาหารนั้นจะเป็นอะไร ขอให้ผู้ใช้ชีวิตทานให้อิ่มเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยไม่ฝืนให้ทานน้อย หรือมากจนร่างกายรับไม่ได้ ตรงนี้ผู้ใช่้ชีวิตแบบ Fast-5 จะค่อยๆเรียนรู้การรับฟังความต้องการของร่างกายจากประสบการณ์การทานอาหารของตัวเอง โดยสังเกตุว่าวันนี้ผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5 ต้องการอาหารอะไร เช่นอาหารหวาน นั่นอาจหมายถึงน้ำตาลในเลือดของผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5 อาจจะอยู่ในระดับต่ำในวันนั้น หรืออยากทานเปรี้ยวอาจจะหมายถึงการขาดวิตามินบางชนิด ถ้าหิวเร็วก่อน EW วันนั้นควรทานเพิ่ม แต่ถ้า EW มาถึงแล้วยังไม่หิว แสดงว่าเมื่อวานทานเยอะเกินไป

ถ้าท่านพร้อมที่จะใช้ชีวิตแบบ Fast-5 ก่อนเริ่มต้นขอให้ปฎิบัติการทำ Adjustment ก่อนครับ
อ่านเรื่องการทำ Adjustment ได้ที่นี่

จริงๆแล้วถ้าผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5 ต้องการลดน้ำหนักและขณะเดียวกันต้องการสุขภาพที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ผู้ทำควรรู้จักรับประทานอาหารให้ถูกต้อง โดยทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และเน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่จำเป็นต้อง Low-Fat, Non-Fat หรืออาหารแพงๆหรู เพียงนำ้พริกปลาทูและผักต่างๆก็มีประโยชน์มากเกินพอแล้วครับ ผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5 ควรเน้นทานอาหารจำพวกผักและผลไม้ก่อนอย่างอื่น แล้วจึงทานโปรตีนให้พอเพียงกับที่ร่างกายต้องการ โดยแบ่งง่ายๆ คร่าวเป็น

ผักและผลไม้ 50%
โปรตีน 30%
คาร์โบไฮเดรต 15%
ไขมันดี/ของหวาน 5%

โดยสัดส่วนนี้เป็นแค่คร่าวๆ ของปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน ไม่ได้ต้องเคร่งครัดตามนั้นทั้งหมด ถ้าผู้ใช้ชีวิตสามารถทานอาหารได้แบบนี้เป็นประจำ ผู้ใช้ชีวิตแบบ Fast-5 จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นและน้ำหนักจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ อย่างช้าๆ

ก่อนปฎิบัติจริงกรุณา download หนังสือ Fast-5 ของ Dr. Bert W. Herring มาอ่านก่อนนะครับ และควรอ่านให้เข้าใจหลายๆรอบก่อนตัดสินใจทำครับ เพราะเมื่อคุณอ่านแล้วคุณจะได้ความรู้มากขึ้นอีกเยอะ และจะสามารถอธิบายแบบคร่าวๆให้คนที่รักคุณเข้าใจว่าคุณกำำลังทำอะไรอยู่ และพวกเขาเหล่านั้นนั่นแหละครับ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณทำได้จนสำเร็จ

Fast-5 ไม่เหมาะสำหรับทุกคน Fast-5 เหมาะสำหรับผู้ที่มุ่งมั่น, จริงจัง และต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้นครับ

อ่านคัมภีร์ Fast-5 ได้ที่นี่ครับ

อ่านข้อควรระวังในการทำ Fast-5 ได้ที่นี่ครับ

Download หนังสือ ebook  ของ Dr. Bert W. Herring ผู้คิดค้น Fast-5 ได้ฟรีที่นี่ครับ

อ่านข้อมูลเก่าและไดอารี่ต่างๆของเพื่อนๆที่เคยทำ Fast-5  ได้ที่นี่ครับ

อ่านไดอารี่และข้อมูลปัจจุบันของผู้กำลังทำ Fast-5  ได้ที่นี่ครับ

อ่านไดอารี่ย้อนหลังของผมได้ที่นี่ครับ

Category: Fast-5 Lifestyle  | Comments off
September 08th, 2009 | Author: BlackKnight

Hit Plateau คือสภาวะน้ำหนักคงที่ ไม่ขึ้นหรือลงครับ สภาวะนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ลดน้ำหนักไม่ว่าจะด้วยวิธีใดครับ เพราะเมื่อร่างกายปรับสภาพตามความเคยชินของสภาพแวดล้อม ทำให้ร่างกายปรับระดับพลังงานให้พอดีกับ การใช้พลังงานทั่วไปของร่างกายในแต่ละวันครับ เมื่อพลังงานรับเข้าและพลังงานใช้ออกไปเท่ากัน ร่างกายจะคงสภาพในสภาวะ Hit Plateau ครับ คือไม่ย่อยสลายไขมันเก่าออกมาเป็นพลังงาน และไม่สร้างกล้ามเนื้อเพิ่มเติมเพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น

เมื่อเกิดภาวะ Hit Plateau กับเราชาว Fast-5 เราสามารถกระทำหลายอย่างเพื่อให้หลุดออกจากสภาวะนั้นโดยง่ายครับ

1) ปรับรวมการรับประทานอาหารที่เคยแบ่งเป็น 2 – 3 มื้อในช่วงช่วง EW ให้มาอยู่เป็นมื้อเดียวเช่น
ปรกติ EW ผมอยู่ระหว่าง 12:00 – 17:00
ผมทานอาหารหลักตอน 12:00 ข้าวหนึ่งจาน, 15:30 สลัดผัก+เนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการให้หลุดออกจากสภาวะ Hit Plataue ผมจึงทานรวมเป็น 12:00 ข้าวหนึ่งจาน + สลัดผัก + เนื้อสัตว์ ทีเดียวเลย แต่หลังจากนั้นจน 17:00 ผมจะยังทานผลไม้ หรือ ขนมอีกแบบปรกติ จนกระทั้งหมดเวลาทาน รวมมื้ออาหาร ไม่ใช่ลดช่วง EW ลงนะครับอย่าเข้าใจผิด

2) ปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายจากเดิมที่ทำเป็น Long Interval Training ให้เปลี่ยนเป็น Interval Training หรือถ้าเป็นไปได้ High Intensity Interval Training ในกรณี้นี้จะทำให้ร่างกายสับสน และนำ้หนักจะเริ่มขยับครับ

3) ลองมี Over-feeding, Protien Overload, Carb Overload หรือ Freeday ดูครับ ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน และไม่ควรทำเกินสัปดาห์ละครั้ง ถ้าให้ดีควรทำ 2 – 3 สัปดาห์ครั้งครับ การทำเช่นนี้ น้ำหนักจะพุ่งขึ้นใน 3 – 4 วันแรก อย่างตกใจครับ ปรกติ แล้วนำ้หนักจะค่อยลดลงอย่างต่อเนื่องเองครับ

คุณสามารถที่จะเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือพร้อมๆกันทุกวิธีก็ได้ครับ

Category: Fast-5 Lifestyle  | Comments off
September 08th, 2009 | Author: BlackKnight

การที่เราจะเลือกว่า EW ของเราเป็นช่วงเวลาใดนั้น เราควรมองตัวเราเองเป็นหลักครับ ลองมองดูก่อนว่า
1) เวลาใดเป็นเวลาที่เราทานอาหารได้สะดวกที่สุด การที่คุณเลือก EW ไม่ถูกต้องจำทำให้คุณรู้สึกว่าการทำ Fast-5 ของคุณนั้นเป็นการฝืนใจทำ และอาจทำให้คุณไม่สามารถประสบความสำเร็จได้กับ Fast-5 ครับ การที่คุณเลือกเวลาที่คุณทานได้สะดวกที่สุด นั้นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับคุณครับ เพราะคุณจะมีเวลาที่จะสามารถมีความสุขกับการรับประทานของคุณได้เสมอ ซึ่งเมื่อคุณได้ทำ Fast-5 มาสักระยะหนึ่งแล้ว คุณจะรู้ได้ว่า เมื่อ EW มาถึงและได้ทานอาหาร ความสุขในการได้รับประทานอาหารของคุณจะเพิ่มขึ้นกว่าก่อนหน้าที่คุณไม่ได้ทำ Fast-5 มากทีเดียวครับ

2) เวลาใดคุณสามารถหาอาหารที่หลากหลายและมีคุณภาพที่สุดมาทานได้ง่ายที่สุด เพราะการรับประทานอาหารซ้ำๆซาก หรืออาหารท่ี่ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร จะทำให้คุณเบื่ออาหาร และคุณจะรู้สึกว่าน้ำหนักลดลงช้า และสุขภาพก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าที่ควร แต่ในทางกลับกัน (จากประสบการณ์ของผมเอง) ถ้าคุณได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย ร่างกายจะได้รับ สารอาหารที่หลากหลายตามไปด้วย และยิ่งถ้าอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่มีประโยชน์ (อาหารที่มีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องแพงครับ เป็นอาหารพื้นบ้านก็มีประโยชน์เท่ากันหรือมากกว่าด้วยซ้ำ) คุณจะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน เพราะสุขภาพของคุณ รวมทั้งผิวพรรณภายนอก และจิตใจภายในของคุณก็จะสดใสตามไปด้วยครับ

3) เวลาใดที่คุณสามารถยึดถือและทำการทานอาหารให้หลุดได้น้อยที่สุดครับ เพราะมีเหตุผลนานับประการที่ทำให้คุณต้องหลุดจาก EW  ที่คุณกำหนดไว้ครับ เช่นแฟนอยากทานอาหารแต่ไม่อยากทานคนเดียว ก็ชวนคุณไปด้วย และคุณก็จำใจทานเป็นเพื่อนแฟน หรือ คุณชอบดูกีฬากับเพื่อนๆ เป็นประจำ แต่เมื่อมีกีฬาดูก็อยู่นอก EW เพื่อนๆทาน snack กันเรานั่งตากลม เพื่อนๆ ก็ชักชวนจนหลุด อะไรแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยโดยที่คุณคาดคิดไม่ถึงทีเดียว ฉนั้นคิดให้ดีก่อนเลือก EW  ครับ

ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมเอง ต้องมีการนัดทานอาหาร นัดประชุมนอกสถานทีี่ และการออกไปดู site งานต่างจังหวัดค่อนข้างบ่อยมากๆ มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทานอาหารกลางวันกับ ลูกค้า, คู่ค้าและพนักงาน ฉนั้นผมจึงเลือก EW ของผมเป็น 12:00 – 17:00 อาจจะขยับขึ้นลงบ้างเช่น 11:00 – 16:00 หรือ 13:00 – 18:00 แล้วแต่สถานะการครับ

Category: Fast-5 Lifestyle  | Comments off
September 08th, 2009 | Author: BlackKnight

ทำไมต้องทำ Adjustment ?

สาเหตุที่ต้องทำ Adjustment ก่อนเพราะว่าร่างกายคนเราโดยทั่วไป ได้รับความเคยชินกับการรับประทานอาหารแบบหลายมื้อ และได้เรียนรู้แล้ว ว่าในเวลาเท่าใดที่จะมีอาหารมาเพิ่ม ฉนั้นจึงเป็นการยากที่จะหักดิบ หรือไม่ทำ Adjustment เพราะ เมื่อร่างกายขาด glucose  จากอาหาร จะมีอาการวิงเวียน อ่อนเพลียหรือหน้ามืดกระทันหันได้ หรือบางคนอาจถึงขั้นเป็นลมครับ
เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว และลดอัตราการเสี่ยง เราจึงควรทำ Adjustment ก่อนเพื่อให้ร่างกายได้เคยชินกับสภาพการทานอาหารแบบใหม่ก่อน

วิธีการทำ Adjustment

สมมุติว่าคุณเลือก EW ตามแบบฉบับของ Dr. Bert คือ 17:00 – 22:00 และคุณปรกติทานอาหารเช้า 8:00, กลางวัน 12:00 และเย็น  18:00
Part A
ก่อนอื่นให้คุณเริ่มขยับอาหารเช้าของคุณทีละชั่วโมง จาก 8:00 มาเป็น 9:00 ….. จนกระทั่งอาหารเช้าของคุณอยู่ที่ 12:00
คุณก็จะได้ผลตามนี้
อาหารเช้า
8:00
9:00
10:00
11:00
12:00   <—- ณ.จุดนี้อาหารเช้าของคุณจะรวมเข้ากับอาหารมื้อกลางวันของคุณแล้ว

Part B
ให้คุณค่อยๆเลื่อนอาหารเช้าของคุณ จาก 12:00  ค่อยๆขยับมาทีละชั่วโมงเช่นเดิม จนอาหารเช้าของคุณอยู่ที่ 17:00
คุณจะได้ผลตามนี้
12:00
13:00
14:00
15:00
16:00
17:00  <— ณ.จุดนี้การ adjustment ของคุณสิ้นสุดลงแล้วครับ และคุณก็ได้ทานอาหารอยู่ใน EW เรียบร้อยแล้ว

จากที่เห็นอาจดูเหมือนการทำ adjustment ทำได้ง่าย แต่ถ้าคุณเกิดหิวหรือไม่สามารถที่จะเลื่อนทีละ 1 ชั่วโมง ให้ขยับทีละ 30 นาทีดูก่อน อย่าฝืนตัวเองให้มากเกินไปครับ เพราะอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนเป็นลมได้ครับ

Category: Fast-5 Lifestyle  | Comments off
September 08th, 2009 | Author: BlackKnight

Acknowledgement

เนื่องจากช่วงหลังๆมานี้ ผมเห็นมีผู้สนใจการใช้ชีวิตแบบ Fast-5 มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายๆท่านก็ยังไม่ทราบรายละเอียดที่แท้จริงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบ Fast-5 หลายๆท่านที่ตั้งใจจริงและทำจริง ก็ได้พยายามศึกษาจากข้อมูลเก่าที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบน webboard ต่างๆ ผมจึงเห็นว่าเป็นอันสมควรที่ผมควรจะออกมาเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ ผมมีเกี่ยวกับการทำ Fast-5 ให้เพืีอนๆได้อ่านกัน
fit girl สิ่งที่ผมเขียนมานี้ ผมได้ลองทำดูแล้ว และประสบความสำเร็จกับการอยู่แบบ Fast-5 เรียกได้ว่าเกินคาดกันทีเดียว ถ้าใครต้องการอ่านประวัติ และ ไดอารี่การอยู่แบบ Fast-5 ของผม ขอเชิญได้ที่ www.enlightened.bloggang.com ครับ เมื่อตอนนั้นผมได้เขียนไดอารี่ประจำวันเกีอบทุกวันยกเว้นวันที่ผมไปเที่ยว ต่างประเทศเท่านั้น ฉนั้นแล้วข้อมูลต่างๆที่ผมนำออกมานี้ได้กลั่นกลองจากประสบการณ์ชีวิตการทำ Fast-5 ของผมตั้งแต่ 08/08/2550 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบันผมก็ยังทาน Fast-5 อยู่จะเคยมีออกไปทำ Bodybuilding บ้างเท่านั้นเองครับ
ข้อความในที่นี้ มีทั้งข้อความเก่าที่เคยเขียนใน www.myfast-5.com อันเก่าและอันใหม่ มีทั้งตอบคำถามเพื่อนๆสมาชิกมากมาย ผมได้รวบรวมมาให้ไว้อ่านกันทีเดียวเลยครับ ขาดตกอะไรไปบ้างก็ขออภัยมาณ.ที่นี้ด้วย

ก่อนอื่นถ้าคุณมั่นใจว่าคุณอยากรู็ อยากศึกษาเกี่ยวกับ Fast-5 Lifestyle แล้วละก็ เชิญ download ebook เรื่องเกี่ยวกับ Fast-5 ได้ที่ www.fast-5.com ครับ ถ้าคุณเคยอ่านแล้วแต่ยังไม่เข้าใจ หรือจำไม่ได้เท่าไร ขอความกรุณาอ่านมันอีกครั้งครับ ถ้าคุณอ่านแล้วจำได้แล้วและกำลังอยู่ในช่วง adjustment หรือ active loss ขอความกรุณาอ่าน ebook นี้อีกสักครั้งครับ

หลักการของ Fast-5

1) ทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยการทานอาหารให้พอเพียงและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ภายในระยะเวลาที่กำหนด
2) ในช่วงเวลารับประทานอาหาร (ต่อไปจะขอเรียกว่า EW) ผู้ทำสามารถจะทานอะไรก็ได้ แต่มี trick อยู่ว่าผู้ทำควร ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากๆ และควรเน้นไปที่ผักและผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด
3) ในช่วงงดอาหาร (จะขอเรียกว่าช่วง Fasting จากนี้ไป) ผู้ทำห้ามทานอาหาร หรือ เครื่องดื่มอะไรก็ตามที่มีแครอรี่โดยเด็ดขาด ข้อห้ามนี้ต้องดูให้ดีครับ เพราะ 0% Fat ไม่เท่ากับ 0 Cal นะครับ โปรดอ่านฉลากให้ดีก่อน
4) ผู้เริ่มทำใหม่ควรทำ Adjustment ก่อนเพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ และอาการหน้ามืดหรืออาจถึงขั้นเป็นลม หรือ กรดไหลย้อนกลับครับ

การทำ Adjustment โดยคุณa

ขออณุญาติลอกข้อความของคุณa มานำเสนอครับ เพราะคุณa เขียนไว้ระเอียดดีมากแล้วครับ

ขั้นตอน adjustment โดยใช้วิธีบีบ Eating Window

วิธีนี้ง่าย โดยในที่นี้จะใช้ Eating Window (EW) มาตรฐาน 17.00-22.00 เป็นตัวอย่าง

แนวคิด

1. กำหนด EW เริ่มแรก โดยเอาเวลาปกติที่คุณกินอาหารมื้อแรกของวัน เป็นจุดตั้งต้น แล้วเอาขอบ EW ที่คุณเลือกเป็นจุดสิ้นสุด เช่น ถ้าปกติคุณกินอาหารเช้าตอน 7.00 และ EW ที่คุณเลือกคือ 17.00-22.00 เราก็จะได้ EW เริ่มแรกที่ 7.00-22.00 และถ้าคุณเป็นคนที่ไม่กินอาหารเช้า แต่อาหารมื้อแรกของวันคืออาหารเที่ยง หรือคุณสามารถงดอาหาร ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเที่ยงวันได้ คุณก็จะได้ EW เริ่มแรกที่ 12.00-22.00

2. ยึดเอาหางของ EW คือที่ 22.00 เป็นหลัก แล้วค่อยๆ บีบ (เลื่อน) หัวของ EW คือ 7.00 ตามเข็มนาฬิกาไปหาหาง จนไปหยุดที่ 17.00 คุณก็จะได้ EW ของ Fast-5 จำนวน 5 ชั่วโมงคือที่ 17.00-22.00

วิธีทำ

ค่อยๆ บีบหัว EW ลงทีละ 1 ชั่วโมงเช่น ถ้าปกติคุณกินอาหารมื้อแรกของวันที่ 7.00 โดยในวันแรกของการ adjustment ก็ให้คุณเลื่อนไปกินที่ 8.00 โดยกินที่เวลานี้ให้ได้ 3 วันติดต่อกัน พอได้แล้วก็เลื่อนไปเป็น 9.00 แล้วกินที่เวลานี้ให้ได้ 3 วันติดต่อกัน แล้วก็เลื่อนไป 10.00 แล้วกินที่เวลานี้ให้ได้ 3 วันติดต่อกัน แล้วก็เลื่อนไปเรื่อยๆ ทีละชั่วโมงพร้อมทั้งทำเหมือนเดิม จนถึง 17.00 คุณก็จะได้ EW ของ Fast-5 จำนวน 5 ชั่วโมงคือที่ 17.00-22.00 หากคุณไม่สามารถกินที่เวลาเดิมได้ 3 วันติดต่อกัน จะเพราะเหตุผลใดก็ตามแต่ ก็ให้คุณย้อนกลับมากินเวลาเดิมจนกว่าจะทำได้ 3 วันติดต่อกัน แล้วจึงค่อยเลื่อน

สำหรับเรื่องอาหาร ก็ให้คุณเอาอาหารที่เคยกินทั้งหมดของวัน มากินรวมกันภายใน EW ที่กำลังถูกบีบนี้ คุณไม่จำเป็นต้องกินแบบ 3 มื้อ แต่คุณจะกินกี่มื้อก็ได้ กินตอนไหนก็ได้ และคุณก็ไม่จำเป็นต้องกินรวมกันให้ได้เท่ากับที่เคยกินวันละ 3 มื้อ แต่ให้กินแค่อิ่ม อย่าถือโอกาสนี้กินตามใจปาก ให้เตือนตัวเองบ่อยๆ ว่า คุณกำลังลดน้ำหนักและกำลังทำสิ่งดีๆ เพื่อสุขภาพ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องเลิกพฤติกรรมการกินแบบแย่ๆ ที่เคยทำให้คุณอ้วน เช่น การเห็นแก่กิน การกินตามใจปาก การกินมากเกินความจำเป็น การกินแต่อาหารขยะ กินแต่ขนม ฯลฯ ส่วนเวลาอื่นที่เหลือนอก EW ที่กำลังถูกบีบ ก็ให้คุณงดอาหารทั้งหมด ดื่มได้แค่น้ำเปล่าและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแคลอรี


ข้อคิดและบททบทวนก่อนเริ่ม Fast5

1) ทำ adjustment หรือเปล่าครับ? สำคัญมากๆนะครับข้อนี้ ถ้าใจไม่แข็ง และไม่ทำ adjustment อาจทำให้คุณล้มเหลวไม่เป็นท่าได้นะครับ
2) ของทานนอก EW คืิออะไรที่เป็น 0 cal ต้องดูให้ดีนะครับ 0 Fat ไม่ได้หมายความว่า 0 cal นะครับ
3) คุณภาพของอาหารสำคัญมากๆนะครับ ถ้าต้องการให้น้ำหนักลด ควรบริโภค ผักและผลไม้ 50%, เนื้อสัตว์ 30%, แป้ง 15%, ขนม/ไขมันดี 5% ของปริมาณอาหารในแต่ละวัน
4) การออกกำลังกายจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และยังทำให้กระชับกระเชง ร่างกายแข็งแรง (กีฬาเป็นยาวิเศษ …..)
5) Fast-5 ไม่ใช่สูตรเทพ 3, 5, 7 … วัน คุณอาจต้องใช้เวลาเป็นเดืิอนๆ หรือเป็นปี เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย หรืออาจต้องอยู่กับ Fast-5 ไปตลอดชีวิต คุณพร้อมไหมครับ?
6) กฎเหล็กของการลดความอ้วนคือปริมาณแครอรี่ที่รับเข้ามาต้องน้อยกว่้าปริมาณแครอรี่ที่ใช้ออกไปครับ
7) คุณอาจต้องคอยอธิบายให้คนรอบข้างที่คอยถามว่า อ้าว!ทำไมไม่กิน โอ้โห! ทนไหวเหรอ นี่!ทานสักนิดไม่ตายหรอก อะไรทำนองนี้ทุกๆวัน
8 ) คุณอาจต้องปวดหัวกับคนรอบข้างที่ยังเชื่อว่า คนเราต้องทานอาหาร 3 มื้อ หรือ อาหารเช้าสำคัญที่สุด อะไรทำนองนี้ (ข้อ 7), 8 ) น่าเบื่อบรมเลยครับ)
9) ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ ความมุ่งมั่นของคุณสำคัญที่สุด
10) น้ำหนักอาจไม่ใช่ตัวบอกว่าคุณสำเร็จหรือไม่ บางทีคุณอาจน้ำหนักไม่ลดลงมากแต่ทรวดทรงและสัดส่วนลดลงเยอะมาก (กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันครับลอง search หาดูนะครับ)

ข้อคิดสำหรับผู้เริีมต้นและ  Active Loss

สำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่อยู่ในช่วง active loss ขอให้พยายามสู้ต่อไปนะครับ ผมขอทิ้งเกร็ดความรู้ไว้เตือนใจเพื่อนๆที่กำลังพยายามอยู่สักนิดนะครับ
- ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ดีที่สุดเท่ากับกำลังใจของคุณและ กำลังใจจากคนรอบตัวคุณครับ อธิบายให้คนที่รักคุณ (แฟน, พ่อ,แม่,พี่,น้อง, เพื่อนๆ) เข้าใจให้ได้ก่อนว่าที่คุณทำอยู่นั้นคุณรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ (ขอให้คุณรู้ตัวจริงๆนะครับ)
- การมีสตินั้นสำคัญมากครับ ก่อนที่คุณจะหลุดทานอาหารนอก EW คุณควรมีสติและนึกถึงเป้าหมายเอาไว้ครับ การมีสติยังช่วยในด้านอื่นอีกเช่นคุณอาจทานน้อยเกินไปเพราะต้องการลดเร็ว แต่ถ้าคุณตั้งสติได้คุณจะรู้ว่าคุณกำลังทรมานตัวเองอยู่หรือเปล่าและควรทาน มากขึ้นหรือน้อยลงหรือเปล่าให้พอเพียงกับที่ร่างกายต้องการเป็นพอครับ
- ความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จของคุณก็เป็นส่วนสำคัญ มีหลายครั้งที่ผมไม่สามารถอธิบายให้เพื่อน/ญาติบางท่านให้เข้าใจได้ว่าผมไม่ ได้ทรมานตัวเองที่ทำ Fast-5 (เกิดขึ้นในช่วงต้นๆของการทำ) มีหลายท่านพยายามจะบอกว่ามันไม่ถูกวิธี มันไม่ดี มันไม่ควร มันยาก ฯลฯ แต่ความมุ่งมั่นและสติของผมบอกผมว่าผมไปถูกทางแล้ว พยายามต่อไป และผมก็มาถึงจุดนี้โดยไม่ลำบาก
- การเลือก EW ให้เหมะสมเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆครับ เพราะถ้า EW ไม่เหมาะสมจริงๆ คุณอาจจะต้องหลุดหรือทนหิวทำให้คุณท้อแท้และไม่สามารถทำต่อได้ครับ ถ้าคุณคิดว่า EW ไม่เหมาะสมสำหรับคุณ คุณควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมครับ
- น้ำดื่มสำคัญมากๆครับ คุณควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆครับเพราะการทำ Fast-5 จะเร่ง metabolism ของเราให้เพิ่มมากขี้นและน้ำในร่างกายจะถูกสันดาบออกไปขณะที่ ความร้อนในร่างกายมากขึ้นมาจาก metabolism ของร่างกายกำลังทำงานอยู๋ ผมเองทานน้ำมากกว่า 4 ลิตรในหนึ่งวัน อีกทั้งน้ำจะทำให้ผิวพรรณคุณมีน้ำมีนวล และช่วง detox ในตอนเช้าในขณะที่คุณท้องว่างด้วยครับ
- คุณภาพของอาหารก็สำคัญมากๆครับ ลองคิดดูนะครับ คุณมีเวลา 5 ชั่วโมงที่จะมีความสุขในการรับประทาน คุณควรรับประทานอาหารที่มีคุณภาพที่สุดเท่าที่คุณสะดวกที่จะหามาได้ครับ อันนี้ผมยอมรับเลยว่ามันเกิดผลจริงๆครับไม่ว่าจะทางด้านผิวพรรณที่เปล่ง ปรั่ง ใบหน้าที่สดชื่นและสุขภาพที่ดีขึ้น ผมประสบมาด้วยตนเอง
- การออกกำลังกายและการจัดเวลาการออกกำลังกายที่ดี ก็มีส่วนมากในการช่วยให้คุณน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว และมีร่างกายที่แข็งแรงสามารถเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บต่างๆนาๆได้ครับ
- ถ้าเกิดภาวะ Hit Plateau (คือภาวะน้ำหนักคงที่) คุณควรลองออกกำลังกายแบบ HIT, HIIT, Tabata ดูนะครับ และควรลอง freeday/overfeeding เดือนละครั้งหรือไม่เกินเดือนละสองครั้งเพื่อเพิ่ม metabolism ให้กับร่างกายของคุณ
- ถ้าคุณไม่สามารถรับประทานใน 5 ชั่วโมงได้จริงๆโดยความจำเป็นบีบบังคับ คุณอาจจะทำเป็น Fast-6, Fast-7, Fast-8 ก็ได้ครับ อะไรที่เหมาะสมกับคุณนั้นดีที่สุดสำหรับคุณครับ

เรื่องการทานอาหาร

เรา ควรเลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรทานให้ balance กันระหว่าง โปรตีน, carb, ไขมัน, วิตามินและเกลือแร่ เพื่อให้ร่างกายได้เจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออย่างมีประสิทธิภาพที่สุดครับ คุณจะรับรู้ได้เมื่อวันนั้นๆ คุณทานอาหารได้ครบตามที่ร่างกายต้องการ โดย เมื่อหมด EW ของวันนั้นๆแล่้วคุณจะไม่รู้สึกหิว, เลี่ยน, หรือกระหายน้ำเลย ในทางตรงกันข้ามคุณจะรู้สึกมีความสุข เพราะร่างกายได้รับสิ่งที่ต้องอย่างพอเพียงและเพียงพอ และเมื่อนั้น คุณจะไม่บ่นว่า วันนี้ฉันทานน้อย หรือวันนี้ฉันทานมากเกิน แต่คุณจะบอกว่า วันนี้ฉันทานอย่างมีความสุขที่สุดเลย เมื่อก่อนตอนผมอยู่ในช่วง active loss และ maintainance ผมรู้สึกเช่นนั้นเกือบทุกวันจริงๆครับ เพราะผมรู้จักที่จะฟังเสียงของร่างกายครับ
คร่าวๆอย่างที่เคยเขียนบอกเพื่อนสมาชิกบ่อยๆว่าในหนึ่งวันเราควรทาน
ผักและผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด 50%
โปรตีน 30%
Carb 15%
ไขมัน/ขนม 5%
ถ้าคุณทานได้คร่าวๆ ประมาณนี้ คุณจะไม่หิว และไม่รู้สึกอึดอัดอยากอาหารครับ

เรื่องการออกกำลังกาย

ควรออกกำลังกายเวลาใด
หลังการออกกำลังจริงๆแล้วควรมีอาหารครับเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้เพื่อฟื้นฟู กล้ามเนื้อ หลังจากออกกำลังกาย 2 ชั่วโมงถ้ายังไม่ได้รับอาหารใดๆเข้าไป ร่างกายจะเริ่มหลั่ง growth hormone ออกมาครับ และเจ้า growth hormone เนี่ยละที่ทำให้ชะลอการแก่ตัวของร่างกาย แต่ถ้าไม่ทานอาหารนานเกิน 6 ชั่วโมง ร่างกายจะเริ่มย่อยสลายไขมัน, กล้ามเนื้อ มาเป็นพลังงานทดแทนครับ แต่ถ้าคุณทานอาหารมาก่อนการออกกำลังกายสัก 1 – 2 ชั่วโมงร่างกายน่าจะดึงเอาพลังงานมาได้จากอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปก่อน หน้านั้นได้ครับ
แต่ตามทฤษฎีจริงๆแล้วการออกกำลังกายตอนเช้าดีที่สุดเพราะ
1) คุณเพิ่งตื่นมาจาการพักผ่อน คุณมีพลังงานเต็มที่ที่จะออกกำลังกายได้อย่างได้ผลดี
2) อากาศยามเช้าไม่ร้อนและเย็นเกินไป
3) การออกกำลังกายตอนเช้า ช่วยให้คุณกระปรี้กระเป่าและสดชื่นทั้งวันเพราะ adernaline ครับ
4) อัตราการเต้นของหัวใจคุณจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะคุณเพิ่งตื่นจากการพักผ่อนมา ถ้าออกกำลังกายตอนดึก คุณร่างกายคุณทำงานมามากแล้ว อัตราการเต้นของหัวใจไม่คงที่ ในบางรายอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคหัวใจได้ครับ ถ้าไม่ระวัง
5) หลังจากที่คุณนอนมา 8 ชั่วโมง ร่างกายคุณไม่ได้รับอาหารเพิ่มเข้าไป, ในขณะที่ออกกำลังกาย ร่างกายคุณจะดึงพลังงานมาจาก ไขมันและ gycogen ได้มากกว่าที่คุณเพิ่งจะทานอาหารเข้าไปไม่นาน เพราะถ้าเพิ่งทานไม่นาน พลังงานจะมาจากอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปก่อน และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ลดน้ำหนักได้ช้าถ้าออกกำลังกายตอนดึกครับ

Cardio
Cardio เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสลายไขมันออกไป เพราะเวลาที่เรา burn จาก cardio ไขมันจะโดนละลายออกไปจากการเกิด oxydize ออกไปจากร่างกาย โดยไขมันจะละลายออกมาทางเหงื่อ และทางระบบขับของเสียของร่างกาย
Cardio มีอะไรบ้าง คร่าวๆ ก็มี
- LIT (long Interval Training) หรือการออกำลังกายนานๆ เช่นวิ่งมาราทอน วิ่งในอัตรา HR ไม่เกิน 65% เป็นเวลานานๆ 1ชั่วโมงขึ้นไป
- HIT (High Intensity Training) หรือการวิ่งเร็วๆ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 25 นาทีขึ้นไป โดย HR ปรกติจะอยู่ที่ 70% – 80%
- HIIT (High Intensity Interval Training) คือการที่เราออกกำลังกายแบบหนัก ที่ HR ต้องทะลุ 95% ขึ้นไป เป็นจังหวะ มีการเร่งและการพักที่เป็นระยะเวลา เช่น dumbbell swing 30 วินาที แล้วพัก 30 วินาทีเป็นต้น
- Tabata Protocal อันนี้เป็นสุดยอด HIIT ที่ใช้เวลาน้อยที่สุดแต่ออกแรงมากที่สุด คือ ใช้เวลาแค่ 4 นาที โดย ทำ 20 วินาที พัก 10 วินาที สลับกันจนครบ 4 นาที โดย HR จะทะลุ 100% ครับในกรณีที่เป็น True Tabata
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jackson5&date=09-09-2007&group=3&gblog=1 ปรมจารย์ผมเขียนไว้ดีมากที่สุดแล้วครับ

HIIT เป็น HIIT ที่ทำในระยะเวลาที่สั้นกว่าแต่ออกแรงมากกว่าครับ target HR คือ 95% + ครับ และสัดส่วนของเวลาของ HIIT นั้นสั้นกว่าครับ เช่น 1 นาที : 1 นาที หรือ 30 วินาที : 30 วินาทีเป็นต้นครับ true HIIT คือ 30วินาที : 30วินาทีครับ ยกตัวอย่างการทำ dumbbell swings นะครับ
1) warm-up 5 นาที
2) Dumbbell swings 30  วินาที (**** ในขณะที่ทำต้องออกแรงให้สุดๆและทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ HR เลย 95%+ ไปเลยครับ อันนี้สำคัญและเป็นหัวใจเลยครับ ถ้าไม่ได้ 95%+ จะไม่ได้ผลเต็มที่ครับ ****)
3) พักโดยการเดินเร็วๆและสะบัดแขนขาไปด้วย 30 วินาที (**** ให้ HR ลดลงมาที่ประมาณ 60%+ และไม่ต่ำกว่านั้นเพื่อให้รอบต่อไป HR จะไปแตะที่ 95%+ ได้ง่ายขึ้น
4) ทำตามขอ้ 2), 3) จนครบ 15 นาที (**** ห้ามทำเกิน 15 นาทีนะครับ จะทำให้ร่างกายทนไม่ไหวหรืออาจอาเจียรได้ครับ รวมทั้งอาจปวดศรีษะหรือวิงเวียนได้เลยเพราะเหนื่อยเกินไปครับ ****)
5) cool-down + ยืดกล้ามเนื้อ (**** สำคัญมาก การยืดกล้ามเนื้อจะช่วยไม่ให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบครับ ****)

การ ทำ HIT, HIIT สามารถทำได้กับแทบทุก exercise ครับ แต่คุณควรเลือกการออกกำลังกายที่เนื้อ core-muscles มากๆครับ เพื่อให้ได้ออกแรงมากๆและใช้กล้ามเนื้อเยอะที่สุด
exercise ที่แนะนำสำหรับ HIIT
1) dumbbell swings
2) burpee
3) squat thrust
4) dumbbell front thruster
5) dumbbell clean

เลือกเอาที่คุณชอบครับหรือผสมก็ได้ครับ แบบผม dumbbell swings สลับ set กับ burpee ก็สนุกดีครับและไม่เบื่อด้วยครับ

Weight Training
อัน นี้ก็สำคัญมาก และเป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้องลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะ ร่างกายคนเราเปรียบเสมือนเตาเผาพลังงาน และกล้ามเนื้อคือเครื่องจักรที่ใช้เผา อาหารและไขมันสะสมคือเชื้อเพลิงที่จะใช้เผาครับ ในการที่จะเผาเชืิ้อเพลิงให้ได้มากที่สุดก็ง่ายมากก็คือการที่คุณต้องมี เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพที่สุดและเยอะที่สุด นั่นก็คือ คุณต้องมีกล้ามเนื้อเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องใหญ่เป็นอาโน และผู้หญิงไม่สามารถมีกล้ามที่ใหญ่โตจนน่ากลัวได้ถ้าไม่ได้ทานพวกฮอโมนท์ เสริมเข้าไป ฉนั้นอย่ากังวลเรื่องกล้ามใหญ่ มันไม่เกิดหรอกครับ แต่ในทางกลับกัน Weight Training จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อทุกส่วน และช่วยละลายไขมันออกไป ทำให้ร่างกายดูเพรียว สมสัดส่วน แบบนักกีฬา ไม่ใช่แบบพวกผอมเหลือแต่กระดูก ทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นเหยียดตรง หลังตรง ก้นและสะโพกกระชับ และเด้งขึ้น (อันนี้ไม่ได้หยาบแต่เป็นเช่นนั้นจริงๆ รวมถึงหน้าอกด้วยครับ)
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง Weight Training อ่านได้ที่ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jackson5&date=23-09-2007&group=3&gblog=4
วิธีการเล่นเวทเริ่มต้น
อุปกรณ์
- หา dumbbell ขนาดไม่หนักมาสักคู่หนึ่ง ประมาณ ข้างละ 3 – 5 kg. หรือ 5 – 7 kg. ถ้าคุณเป็นคนสูงครับ
ท่าเล่นส่วนต่างๆของร่างกาย
- Cheast
Dumbbell Bench Press, Dumbbell Flyes
- Shoulder
Dumbbell upright rows, Dumbbell Press, Lateral Raises
- Back
Dumbbell Swing, Dumbbell DeadLift
- Leg + Quad + Calves
Dumbbell Squat, Dumbbell Thruster
- Arms (Triceps + Biceps)
Dumbbell Curls, Dumbbell Triceps KickBack
- Abs
Air Bike, Crunches, Turkish Half Get-Up

ดูท่าการเล่นเวทเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ http://www.bodybuilding.com/fun/exercises.htm
ตารางการเล่น
Routine 1: Cheast, Legs, Abs
Routine 2: Shoulder, Back, Abs
Routine 3: Arms, Abs
จากตารางจะเห็นได้ว่าผมให้เล่น abs ทั้งสาม routine เพราะเราต้องการหน้าท้องที่แบบราบ
วิธีการเล่นคือ ให้เล่นท่าละ 3 sets, set ละ 8 ครั้ง โดยเราจะได้ตามนี้

Routine 1:
Dumbbell Bench Press (หรือนอนบนพื้นราบก็ได้ครับ) 3 sets, 8 reps
Dumbbell Flyes 3 sets, 8 reps
Dumbbell Squat (หรือ dumbbell thruster) 3 sets, 8 reps
Air Bike 3 sets, 20 reps

Routine 2:
Dumbbell Upright Rows 3 sets, 8 reps
Dumbbell Press 3 sets, 8 reps
Dumbbell Deadlift 3 sets, 8 reps
Crunches 3 sets, 20 reps

Routine 3:
Dumbbell Curls 3 sets, 8 reps
Dumbbell Hammer Curls 3 sets, 8 reps
Dumbbell Triceps Kickback 3 sets, 8 reps
Turkish half get up 2 sets 8 reps

โดยใช้เวลาพักประมาณ 90 วินาทีทุก set ครับ อันนี้เป็นวิชาเบืองต้นก่อนเท่านั้นครับ เพื่อให้ร่างกายคุณเตรียมพร้อมก่อน
เมื่อคุณเห็นว่าร่างกายแข็งแรงเต็มที่ ค่อยหา weight training ท่าอื่นทำต่อไปครับ

ตารางการฝึกแบบหนึ่งสัปดาห์
จันทร์ HIIT/Tabata dumbbell swing หรือ burpee หรือ dumbbell squat หรือผสมๆกันก็ได้ครับสนุกดี
อังคาร Weight Training Routine 1
พุธ HIIT/Tabata dumbbell swing หรือ burpee หรือ dumbbell squat หรือผสมๆกันก็ได้ครับสนุกดี
พฤหัส Weight Training Routine 2
ศุกร์ Dumbbell swings/Burpee/Dumbbell Squat decendent sets
เสาร์ Weight Training Routine 3
อาทิตย์ พักผ่อนเพราะคุณใช้ร่างกายเต็มที่แล้วครับ

ก่อนและหลังการออกำลังกายควรมี warm-up 5 นาที cool-down 5 นาที และ ยือกล้ามเนื้อก่อนและหลังทุกครั้งครับ
เมื่อคุณทำได้เท่านี้แล้ว คุณจะมีร่างกายที่สมส่วน ผิวพรรณที่ดี จนคนรอบข้างอิจฉาตาร้อนกันแน่นอนครับ
ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและสดใส เท่ากันการออกกำลังกายอีกแล้วครับ อีกทั้งจะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีมากๆด้วย

Fast-5 FAQs By Jackson5

ข้อมูลนี้ได้ถูกเรียบเรียงโดยคุณjackson5 ครับ

1.สรุปแบบง่าย ๆ ให้ฉันฟังหน่อยซิว่า Fast-5 คืออะไร?

หาก จะสรุปง่าย ๆ Fast-5 ก็คือ รูปแบบการรับประทานอาหารแบบหนึ่งโดยต้องงดรับประทานอาหารเป็นเวลา 19 ชั่วโมงติดต่อกัน และสามารถรับประทานอาหารได้เฉพาะภายในเวลา 5 ชั่วโมงที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกเท่านั้น โดยอาหารที่รับประทานยังไม่น้อยกว่าความต้องการขั้นพื้นฐานของร่างกาย และไม่มากจนเกินไป ซึ่งส่งผลที่ให้ไขมันส่วนเกินในร่างกายหายไป

2. อ้อ.. ถ้าฉันสนใจที่จะทำ Fast-5 ก็หมายความว่า พรุ่งนี้ฉันก็เริ่มงดอาหารได้ 19 ชั่วโมงได้ทันที่เลยใช่ไหม?

ยัง ไม่ได้ครับ เพราะการงดอาหาร 19 ชั่วโมงโดยทันทีทันใด อาจจะส่งผลร้ายถึงสุขภาพของคุณ และ อาจจะส่งผลร้ายอื่น ๆ ตามมาจนอาจถึงแก่ชีวิตได้

หากคุณโชคดีคุณอาจจะไม่เจอปัญหาดังกล่าว แต่ถ้าคุณโชคร้ายละครับ? อะไรจะเกิดขึ้น ผมตอบไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณและคิดว่าคุณเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ เช่นกัน อย่าเอาสุขภาพและชีวิตของคุณมาเดิมพันเลยครับ เพราะมันไม่ใช่การพนันที่คุณจะเสี่ยงได้

จริง ๆ แล้ว มีวิธีการปรับตัวที่ให้คุณสามารถงดอาหาร 19 ชั่วโมงได้แบบปลอดภัยมาก ๆ นะครับ ซึ่งคุณจะต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าคุณควรจะปรับตัวให้สามารถงดอาหาร 19 ชั่วโมงได้อย่างไร

3.เข้าใจแล้ว…คราวนี้ถามต่อไปว่า ถ้าฉันอยากศึกษาให้ละเอียดกว่านี้ฉันควรทำอย่างไร?

การ ที่จะศึกษา Fast-5 Diet อย่างละเอียด คุณควรจะเริ่มต้นด้วยการ Download คู่มือ (ภาษาอังกฤษ) มาอ่าน ซึ่งคู่มือดังกล่าวสามารถ download ได้ฟรีจาก http://www.fast-5.com

ใน กรณีที่ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของ คุณแย่มาก ๆ จนไม่สามารถอ่านคู่มือดังกล่าวรู้เรื่อง ให้คุณเข้าไปศึกษา Fast-5 จากประสบการณ์ของผู้ใช้ Fast-5 ในเมืองไทยที่ http://www.myfast-5.com

หาก คุณเลือกวิธีที่จะศึกษาจาก ประสบการณ์ของผู้ใช้ Fast-5 ในเมืองไทย ผมขอแนะนำว่ากระทู้แรกที่คุณควรอ่าน คือ”รายละเอียดและขั้นตอนของช่วง Adjustment [สำคัญมาก]” ที่เขียนโดยคุณ เอ (ผู้ที่นำ Fast-5 มาเผยแพร่เป็นคนแรกของเมืองไทย) ซึ่งอยู่ในหน้าแรก ผมขอย้ำว่าคุณควรที่จะศึกษากระทู้นี้ให้เข้าใจก่อนที่จะข้ามไปยังกระทู้อื่น ๆ ถัดไป

หมายเหตุ :การศึกษา Fast-5 จากประสบการณ์ของผู้ใช้ Fast-5 ในเมืองไทย อาจจะทำให้เสียเวลาพอสมควร ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลต่าง ๆ และ กระทู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบอร์ดมีจำนวนมาก ดังนั้นแล้วการเปิดพจนานุกรมภาษาอังกฤษเพื่อศึกษาจากคู่มือภาษาอังกฤษโดยตรง อาจจะทำให้ท่านเข้าใจ Fast-5 ได้เร็วกว่า

4.สรุปว่าฉันไม่สามารถทานอะไรได้เลยใช่ไหมเนี้ยะ ในช่วงงดอาหาร 19 ชม?

หากตอบตามหลักทฤษฎี คุณก็ไม่ควรจะรับประทานอะไรที่มีพลังงาน (Calorie) ในช่วงที่งดอาหาร 19 ชั่วโมงครับ

คุณ ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มทุกอย่างที่คุณไม่แน่ใจว่ามีพลังงานหรือ เปล่า ทั้งนี้เพราะว่าการที่คุณเสี่ยงทานอะไรโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจจะทำให้ Fast-5 ของคุณพังทลายลงไปได้

เครื่องดื่มที่อนุญาตให้ ดื่มได้ ปกติแล้วก็เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีพลังงาน เช่น ชา หรือ กาแฟดำ หรือเครื่องดื่มปราศจากพลังงาน เช่น Zero Coke หรือ Pepsi Max (จริง ๆ แล้วมีพลังงานครับแต่น้อยมากจนไม่มีผลกระทบต่อ Fast-5) โดยการนี้ควรจะระวังถึงเรื่องคาเฟอีนด้วย (ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป)

สำหรับ ลูกอมเม็ดเล็ก ๆ หรือ ลูกอมดับกลิ่มปากต่าง ๆ รวมถึงหมากฝรั่ง หากคุณมั่นใจว่าไม่มีพลังงาน ก็สามารถทานได้ครับ แต่อย่าทานเยอะครับ ทั้งนี้เพราะว่าลูกอม และ หมากฝรั่งเหล่านั้นอาจจะมีพลังงานแฝง ที่ผู้ผลิตไม่ได้แจ้งให้ผู้บริโภคทราบเนื่องจากลูกอม และ หมากฝรั่งเหล่านั้นให้พลังงานต่อ 1 หน่วยบริโภค น้อยมาก ผู้ผลิตจึงแจ้งให้เป็น 0 Kcal (แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ 0 Kcal) ดังนั้นเมื่อคุณทานในปริมาณมาก ๆ ผลที่ตามมาก็คือ พลังงานอันน้อยนิดของแต่ละ 1 หน่วยบริโภค ก็จะสะสมมากขึ้น สุดท้ายก็อาจจะทำให้ Fast-5 ของคุณพังทลายลงไปได้เช่นกัน

ย้ำอีกครั้งครับ หากคุณไม่มั่นใจก็อย่าทานครับ

5.อีกเรื่อง…ฉันเคยได้ยินมาว่าคาเฟอีนอาจจะมีผลกระทบต่อ Fast-5 ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร?

จริง ครับ โดยการนี้ คุณ เอ กล่าวว่า “เราไม่ควรบริโภคคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัม และควรบริโภคแต่ละครั้งห่างกันประมาณ 3-4 ชั่วโมง แค่นี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาแล้วครับ แต่อย่าลืมว่า ไม่ใช่เฉพาะชา กาแฟ เท่านั้นที่มีคาเฟอีน แต่เครื่องดื่มอย่างอื่นที่ใช้ในช่วง fasting ได้เช่น เป๊ปซี่แม็ก โค้กไลท์ ก็มีคาเฟอีนเช่นกัน การบริโภคคาเฟอีนปริมาณมากๆ ติดต่อกันในช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดและกระตุ้นให้ตับอ่อนหลังอินซูลินซึ่งจะไป ขัดขวางการทำงานของ fat-burning mechanism ใน fasting period ของ Fast-5 ครับ”

6.อ้าว…แล้วหากจำเป็นต้องชิมอาหาร ในเวลางดอาหาร 19 ชม จะมีผลกระทบต่อ Fast-5 หรือไม่?

ปกติ แล้วการชิมอาหารเพียงเล็กน้อย จะไม่มีผลต่อ Fast-5 นะครับ ทั้งนี้เพราะว่าอินซูลินจะหลังออกมาจากร่างกายเมื่อคุณรับประทานอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต มากกว่า 20 กรัม/วัน

คำแนะนำก็คือ ให้ชิมด้วยความระมัดระวังครับ เอาแค่ให้รู้รสชาดก็พอครับ

7.ฉันจะจัดการกับกลิ่นปากยังไงดี ในช่วงงดอาหาร 19 ชม.?

กลิ่น ปากเกิดจากหลาย ๆ สาเหตุนะครับ การใช้ลูกอม หรือ หมากฝรั่ง ที่ไม่มีพลังงาน ก็อาจจะแก้ปัญหานี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามก็อาจจะเกิดผลกระทบดังที่กล่าวไปแล้วในข้อที่ 4 ขั้นต้น (ส่วนตัวผมไม่แนะนำให้ทานนะครับ)

คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุด ก็คือ การแปรงฟัน การใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือ ใช้สเปรย์ดับกลิ่นปาก เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวครับ

8.หากฉันทำ Fast-5 แต่ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักของฉันจะลดไหม?

สำหรับคำถามนี้ ต้องแบ่งออกเป็น 2 กรณีนะครับ

1.กรณีที่คุณผอมอยู่แล้ว และต้องการผอมไปกว่าเดิมอีก

แบบ นี้ Fast-5 อย่างเดียว อาจจะไม่ได้ผลครับ เผลอ ๆ ออกกำลังกายควบคู่ด้วยก็อาจจะไม่ได้ผลด้วยเช่นกัน (รวมถึงวิธีอื่น ๆ ก็ไม่สามารถช่วยได้ นอกจากอดอาหาร)

2.กรณีที่คุณน้ำหนักเกิน (ค่อนข้างอ้วน ถึงอ้วนมาก)

แบบ นี้ Fast-5 อย่างเดียวทำให้คุณถึงจุดหมาย (ที่เป็นไปได้) ได้อย่างแน่นอนครับ จะช้าจะเร็วนั้นก็อีกประเด็นนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องช้ากว่าคนที่ออกกำลังกายครับ

9.แล้วถ้าหากฉันจะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย พอมีคำแนะนำอะไรหรือเปล่า?

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกับรูปแบบการออกกำลังกายก่อนนะครับ สำหรับเรื่องการออกกำลังกายนั้น ขอแบ่งออกเป็น 2 กรณี

1. แบบ Cardio
แบบนี้ควรทำตอนท้องว่างครับ เพราะร่างกายจะดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

2. แบบ Weight Training
หากจะยกเวทแบบจริง ๆ จัง ๆ ควรทานอาหารนิดหน่อยก่อนการออกกำลังกายเพราะจะได้มีแรงยกเวท

การ ออกกำลังกายทั้ง 2 แบบควรจะรับประทานอาหารหลังออกกำลังกายทันทีเพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารไป ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างทันที และป้องกันการแตกสลายของกล้ามเนื้อ (Catabolism)

ดังนั้น หากทำ Fast-5 เวลาที่เหมาะสมมากที่สุด(ตามความเห็นของผม) ก็คือ ช่วงก่อนการรับประทานอาหาร(Eating Window) ครับ

แม้ ว่าการทำเช่นนี้อาจจะไม่เหมาะกับการยกเวทแบบจริง ๆ จัง ๆ เพราะการยกเวทแบบจริงจังควรจะกินอะไรสักเล็กน้อยก่อนการออกกำลังกายเพื่อที่ จะได้มีแรงยกเวท แต่เนื่องจากสมาชิกที่ทำ Fast-5 ส่วนใหญ่ไม่ได้เอาดีทางด้านการเพาะกายอยู่แล้ว การไม่ทานอะไรเลยก็ไม่น่ามีผลกระทบต่อการเล่นเวทมากนัก

อีกประการ หนึ่งหลังการยกเวทควรจะทานอาหารประเภทโปรตีน เพื่อให้ร่างกายนำไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นแล้วหากให้เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการกินอาหารก่อนการ เล่นเวท กับ หลังการเล่นเวท ผมมองว่าการกินอาหารหลังการเล่นเวทน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าครับ

10.หากทำ Fast-5ไปแต่น้ำหนักไม่ลด ควรจะทำอย่างไร

คำ ถามข้อนี้ถามกันบ่อยพอสมควรครับ แต่ผมตอบให้ตรงนี้คงตอบไม่ได้ เพราะข้อมูลพื้นฐานรวมถึง เพราะพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไปครับ

หากคุณประสบปัญหานี้อยู่ผมแนะนำให้เข้าไป ถามที่บอร์ดของผู้ใช้ Fast-5 ในเมืองไทยที่ http://www.myfast-5.com นะครับ หรือ จะถามใน คลับลดความอ้วน ก็ได้ครับ

11. หากฉันทำ Fast-5 ไปแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องทานยาเนื่องจากความเจ็บป่วยทั่ว ๆ ไป แล้วฉันจะทำอย่างไร?

ปัญหา ตรงนี้สามารถแก้ไข หรือ บรรเทาลงไปได้ ด้วยการรับประทานอาหารแบบไม่มีคาร์โบไฮเดรต (Low Carb Diet) หรือ อาหารที่มีค่าไกลซีมิค (GI) ต่ำ ๆ ก่อนหรือหลังรับประทานยาครับ ทั้งนี้เพราะว่าอาหารประเภทดังกล่าวไม่กระตุ้นอินซูลินในกระแสเลือด และใน Eating Window ก็รับประทานตามปกติครับ

อย่างไรก็ตามหากไม่สะดวก จะหันกลับไปทานตามปกติก็ไดัครับ และเมื่อหายป่วยก็เริ่มต้นใหม่ ซึ่งในการเริ่มต้นใหม่ครั้งหลังนี้จะง่ายกว่าครั้งแรกครับ (ตอบตามประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากท่านอื่น)

12. ฉันสงสัยต่อไปว่า การกินอาหารในเวลา 5 ชั่วโมงแบบเดิม ๆ ทุก ๆ วันจะทำให้ระบบการเผาผลาญของฉันลดต่ำลงหรือไม่ และ จะเกิดปัญหาโย่โย่ ตามมาไหม?

การรับประทานอาหารในเวลาเดิม ๆ ไม่ได้ทำให้ระบบการเผาผลาญของคุณลดต่ำลงอย่างแน่นอนครับ ตราบใดที่คุณทานไม่น้อยไปกว่าความต้องการขั้นพื้นฐานของร่างกาย และไม่นับพลังงานอาหาร (Calorie) ที่คุณรับประทานแบบโดยการที่ต้องมานั่งวัดน้ำหนัก หรือ นั่งตวงอาหาร

นอก จากนี้แล้วการอดอาหารในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง (ตำราบางเล่มบอก 48 ชั่วโมง) ก็จะทำให้ระบบการเผาผลาญลดต่ำลงเช่นกัน แต่ Fast-5 งดอาหารแค่ 19 ชั่วโมงครับ ดังนั้นจึงไม่มีผลครับ

ในความเป็นจริงแล้วการรับ ประทานอาหารที่ให้พลังงานเท่าเดิมซ้ำ ๆ ซาก ๆ เช่น การที่ต้องมานั่งวัดน้ำหนัก หรือ นั่งตวงอาหารต่างหากครับที่ทำให้ระบบการเผาผลาญปรับตัวลดลงตามการกินในรูป แบบเดิม ๆ ดังนั้นแล้วการทำ Fast-5 จึงไม่แนะนำให้นับพลังงาน (Calorie) จากอาหารครับ แต่ให้อาศัยการฟังเสียงความต้องการของร่างกายเป็นหลักครับ

จริง อยู่คุณอาจจะเคยได้อ่านมาว่าการทานอาหารหลาย ๆ มื้อนั้นมีส่วนช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งผมขอบอกว่า สิ่งที่คุณอ่านมานั้นเป็นความจริงทุกประการครับ อย่างไรก็ตามการทานอาหารเพียงไม่กี่มื้อใน 5 ชม นั้นก็ไม่ได้ทำให้ระบบการเผาผลาญของคุณลดต่ำลงแต่ประการใดนะครับ หากผมจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ก็เปรียบเสมือนว่าการทานอาหารหลาย ๆ มื้อนั้นก็เหมือนคุณเอาเงินไปฝากธนาคารซึ่งทำให้คุณได้ประโยชน์จากดอกเบี้ย แต่การทานเพียงไม่กี่มื้อใน 5 ชม ก็เปรียบเสมือนการเก็บเงินไว้กับตัว ซึ่งคุณอาจจะไม่ได้ดอกเบี้ย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เงินของคุณหายไปแต่อย่างใด เงินที่คุณมีก็ยังอยู่ครบถ้วน (ในเงื่อนไขที่มูลค่าของเงินไม่เปลี่ยนแปลงนะครับ) อ้อ…อย่าลืมนะครับว่า บางกรณีการเก็บเงินไว้กับตัวก็มีประโยชน์กว่าการเอาเงินไปฝากธนาคารในนะครับ ดังนั้นแล้วแม้ว่า Fast-5 จะทำให้คุณเสียประโยชน์ตรงนี้ไป แต่คุณก็ได้ประโยชน์จากมันในแง่อื่น ๆ เช่นกัน

สรุป ปัญหาเรื่อง โยโย่ และ การเผาผลาญที่ลดต่ำลงจึงตัดไปได้ครับ

13.หากฉันลดน้ำหนักได้ตามที่ฉันต้องการแล้ว ฉันควรทำตัวอย่างไรต่อไป?

เมื่อ น้ำหนักต้วลดลงจนถึงจุดที่พอใจ ก็มีหลาย ๆ วิธีให้คุณเลือกนะครับ อาจจะกล่าวได้ว่า “มีอิสระในการตัดสินใจ 100%” จะทำแบบไหนก็ได้ครับ เพราะประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้กับการอยู่กับ Fast-5 มา จะบอกคุณเองครับว่าควรทำตัวเช่นไร

จริงอยู่ ผู้ที่ทำ Fast-5 จนประสบผลสำเร็จ อาจมีการปรึกษากันบ้างในประเด็นนี้ แต่นั้นก็เพียงเพราะว่าต้องการทราบความเห็นของคนอื่น ๆ เพื่อให้เกิดแนวคิดแก่ตนเอง ผมเชื่อว่าแต่ละคนที่ทำ Fast-5 จนสำเร็จมีจุดยืนของตนเองครับ และเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน

ปัจ จุปันนี้เริ่มมีหลาย ๆ คนที่ทำ Fast-5 และสามารถลดน้ำหนักได้ตามที่ตนเองพอใจ แต่เชื่อไหมครับว่ารูปแบบการปฎิบัติตัวแต่ละคนหลังจากประสบผลสำเร็จไม่ เหมือนกันสักรายครับ

บางรายก็อยู่กับ Fast-5 ต่อไป แต่บางรายก็ขยายเวลาทานเป็น 6-7 ชั่วโมง ขณะที่อีกรายก็เปลี่ยนไปมาระหว่างการทานปกติและทานแบบ Fast-5 ครับ

14.เคยได้ยินมาว่า Fast-5 ไม่เหมาะสมกับเด็ก ๆ ที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

จริง ๆ แล้วการลดความอ้วนด้วยการควบคุมอาหาร(ไม่ใช้เฉพาะ Fast-5 อย่างเดียว) มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตครับ

Fast-5 อาจจะก่อให้เกิดปัญหามากหน่อยก็ตรงที่ว่า หากทำ Fast-5 ไปนาน ๆ อาจจะทำให้ผู้ทำ Fast-5 รับประทานอาหารเฉพาะที่ตนเองต้องการเท่านั้นครับ (อันนี้ตอบตามประสบการณ์นะครับ) ในขณะที่เด็กหรือเยาวชนที่เจริญเติบโตไม่เต็มนั้นที่ยังต้องการพลังงาน มากกว่าที่ร่างกายใช้ไปในชีวิตประจำวันครับ

My Highest Gratitude

1) Dr. Bert W. Herring ผู้คิดค้นการใช้ชีวิตแบบ Fast-5 ขึ้นมา ถ้าไม่มีท่าน ก็ไม่มี Fast-5 ในวันนี้แน่นอนครับ
2) คุณa แห่ง MyFast-5.com ผู้ริเริ่มนำการใช้ชีวิตแบบ Fast-5 มาเผยแพร่แบบตีแผ่ให้พวกเราๆท่านๆ ได้ศึกษากัน ไม่มีคุณa ผมก็คงยังไม่รู้จักการทำ Fast-5 แน่นอนครับ
3) คุณjackson5 ผู้แนะนำเรื่องการออกกำลังกายต่างๆและได้รวบรวมเป็น blog เอาไว้ที่ www.jackson5.bloggang.com ให้เพื่อนๆได้ศึกษาได้อ่านกัน ถ้าผมไม่ได้อ่านตรงนี้ วันนี้ผมคงไม่รู้จัก HIT, HIIT, Tabata และการเล่นเวทแน่นอนครับ
4) คุณระเบิด (atheist) เจ้าของบ้าน MyFast-5.com ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ดีๆให้เพื่อนๆฟรีๆ โดยคอยออกมาแนะนำการทำ และคอยดูแลลูกบ้านเป็นอย่างดี ผมยังจำได้สมัยที่ผมทำ Fast-5 ใหม่ๆ ช่วงเดือนกันยายน 2550 นั้นมีพวก anti fast-5 เต็มห้องพันทิปไปหมด post อะไรเกี่ยวกับ Fast-5 ก็โวยวายก็ด่าทอ หาว่าโง่ หรืออะไรต่างๆนาๆ จนคุณa และคุณระเบิดทนไม่ไหว คุณระเบิดเลยมาเปิดบ้านให้เพื่อนๆร่วมอุดมการณ์ให้มีที่อยู่ให้มีที่เผยแพร่ ความรู้ ที่ดีจริงๆกันโดยไม่มีการ Bias ใดๆทั้งสิ้น ถ้าไม่ได้ที่แห่งนี้ ผมก็คงยังอ้วนอยู่แน่ๆครับ
5) ภรรยาของผม ที่คอยเป็นกำลังใจ และคอยหาอาหารที่มีประโยชน์ให้ผมทานเป็นประจำ ถ้าไม่มีเขาผมอาจจะท้อไปแล้วก็ได้ครับ
6) เพื่อนๆทุกท่านที่เคยแวะเวียนเข้ามาให้กำลังใจกันสมัยทำกันใหม่ๆ เช่นคุณcupcake, คุณengr.chang, คุณsweet_piggy, คุณMana, คุณprincezzie, น้องโอ๋, คุณอ้อ, คุณaOr_inlOve, คุณTarrochi และอีกหลายๆท่านที่ผมไม่ได้เอ่ยนาม ผมขอขอบคุณพวกท่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ผมครับ

ผมขอกราบขอบพระคุณทุกๆท่าน พวกท่านทุกคนมีส่วนในความสำเร็จของผมทั้งสิ้นครับ
ขอให้ทุกๆท่านจงประสบแต่โชคดีและมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอนะครับ

oO- BlackKnight -Oo

Category: Fast-5 Lifestyle  | Tags:  | One Comment